วิธีเรียก ประโยคภาษาญี่ปุ่นสั่งคนขับ และมารยาทที่ห้ามเผลอทำพลาดเด็ดขาด!
การเดินทางในประเทศญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความสะดวกสบายของระบบขนส่งสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟใต้ดิน รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น หรือรถบัสประจำทาง แต่ในบางสถานการณ์ เช่น เมื่อคุณมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่หลายใบ เดินทางกันเป็นกลุ่ม 3-4 คน ตกรถไฟเที่ยวสุดท้ายช่วงกลางดึก หรือต้องการพาครอบครัวและผู้สูงอายุเดินทางไปยังจุดหมายโดยตรงโดยไม่ต้องเดินเปลี่ยนสายรถไฟให้เหนื่อย การใช้บริการ "รถแท็กซี่ (Taxi)" จึงเป็นทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว และคุ้มค่าที่สุดค่ะ
อย่างไรก็ดี สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่เพิ่งเคยเดินทางมาญี่ปุ่นครั้งแรก หรือผู้ที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่อาจจะรู้สึกกังวลและเกร็งเมื่อต้องสื่อสารกับคนขับแท็กซี่ เพราะคนขับแท็กซี่ในญี่ปุ่นส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อาจจะไม่คุ้นเคยกับภาษาอังกฤษมากนัก อีกทั้งระบบการทำงาน มารยาท และธรรมเนียมปฏิบัติของแท็กซี่ญี่ปุ่นก็มีความแตกต่างจากแท็กซี่ไทยอย่างสิ้นเชิงค่ะ
ในบทความนี้ ยุยจะพาทุกคนมาเจาะลึก คู่มือการขึ้นแท็กซี่ในญี่ปุ่นฉบับสมบูรณ์ ตั้งแต่ระบบพื้นฐานที่แตกต่างจากประเทศไทย วิธีการเรียกและมองป้ายสถานะรถ ประโยคภาษาญี่ปุ่นจำลองสถานการณ์จริงสำหรับการบอกจุดหมายปลายทาง การสั่งเลี้ยว และการชำระเงิน ตลอดจนแนะนำขั้นตอนการจองแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันมือถือที่กำลังนิยม เพื่อให้เพื่อนๆ ท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้อย่างมั่นใจ ไร้ความกังวล และไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทางอีกต่อไปค่ะ!
ก่อนที่จะไปเรียนรู้คำศัพท์และประโยคภาษาญี่ปุ่น เรามาทำความเข้าใจกับระบบ กฎกติกา และมารยาทพื้นฐานของแท็กซี่ญี่ปุ่นกันก่อนนะคะ เพราะสิ่งเหล่านี้ถือเป็นกติกาสังคมที่สำคัญมาก หากเราปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง นอกจากจะได้รับความสะดวกสบายแล้ว ยังเป็นการแสดงมารยาทที่ดีงามตามแบบฉบับชาวญี่ปุ่นอีกด้วยค่ะ
นี่คือกฎเหล็กข้อที่สำคัญที่สุดและคนไทยมักจะเผลอทำตัวตามความคุ้นเคยบ่อยที่สุดค่ะ! รถแท็กซี่ในญี่ปุ่นทุกคันจะมีระบบเปิดและปิดประตูผู้โดยสารตอนหลังด้วยระบบไฮดรอลิกส์อัตโนมัติ โดยคนขับจะเป็นผู้กดปุ่มควบคุมจากที่นั่งคนขับเอง ดังนั้น เมื่อแท็กซี่จอดเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว ให้เรายืนรอเฉยๆ ประมาณ 1-2 วินาที ประตูรถจะเปิดออกเองโดยอัตโนมัติค่ะ
ในทำนองเดียวกัน เมื่อเราก้าวขึ้นไปนั่งบนรถหรือเมื่อจ่ายเงินเสร็จและลงจากรถแล้ว ก็ไม่ต้องเอื้อมมือไปดึงประตูเพื่อปิดนะคะ ปล่อยให้ประตูปิดลงเองโดยอัตโนมัติ การใช้มือดึงประตูเพื่อเปิดหรือผลักปิดแรงๆ นอกจากจะอาจทำให้กลไกเฟืองและระบบไฮดรอลิกส์อัตโนมัติของรถชำรุดเสียหายแล้ว ยังอาจถูกคนขับมองแรงหรือดุเอาได้ค่ะ เพราะสำหรับคนขับญี่ปุ่นแล้ว รถยนต์ถือเป็นทรัพย์สินที่เขาดูแลรักษาเป็นอย่างดีเยี่ยมค่ะ
หนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดในการใช้แท็กซี่ญี่ปุ่นคือความซื่อสัตย์และตรงไปตรงมาค่ะ คนขับรถแท็กซี่ in ญี่ปุ่นจะไม่มีการโกงมิเตอร์ พาอ้อมโลกโดยเจตนา หรือปฏิเสธผู้โดยสารโดยไม่มีเหตุผลอันควร ทุกอย่างจะคิดเงินตามมิเตอร์อย่างเคร่งครัดตามกฎหมายกำหนด โดยอัตราค่าบริการเริ่มต้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละจังหวัด (ยกตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ 23 เขตของโตเกียว ค่าบริการเริ่มต้นสำหรับรถแท็กซี่ทั่วไปจะอยู่ที่ประมาณ 500 เยนสำหรับระยะทาง 1.096 กิโลเมตรแรก และจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 100 เยนตามระยะทางและเวลาที่รถจอดนิ่งในสภาพการจราจรติดขัด)
1. ค่าธรรมเนียมวิ่งรถกลางคืน (Late Night Surcharge): ตั้งแต่เวลา 22:00 น. ถึง 05:00 น. อัตราค่าบริการแท็กซี่ญี่ปุ่นจะปรับเพิ่มขึ้นอัตโนมัติ 20% (มิเตอร์จะคำนวณระยะทางที่สั้นลงต่อการคิดค่าบริการเพิ่มขึ้น)
2. ค่าทางด่วน (Toll Road Fee): หากจำเป็นต้องใช้ทางด่วน ผู้โดยสารจะต้องจ่ายค่าทางด่วนเพิ่มต่างหากจากค่ามิเตอร์ โดยคนขับจะรวมยอดเข้ากับใบเสร็จสุดท้ายให้ตอนลงรถค่ะ
3. ค่าเรียกผ่านแอปหรือค่ารถมารับ (Pick-up Fee): หากกดเรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันหรือโทรศัพท์สั่งจอง จะมีค่าธรรมเนียมมารับเพิ่มขึ้นประมาณ 300 - 400 เยนต่อครั้งค่ะ
แท็กซี่ในญี่ปุ่นยุคปัจจุบันเกือบ 99% รองรับการชำระเงินแบบไร้เงินสด (Cashless Payment) อย่างแพร่หลายแล้วค่ะ นอกจากเงินสดเยนแล้ว คุณสามารถจ่ายเงินได้ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้:
อย่างไรก็ตาม แนะนำให้สังเกตสติกเกอร์ที่ติดอยู่ตรงกระจกประตูหลังหรือคอนโซลด้านหน้ารถก่อนขึ้นนะคะ หรือถามคนขับให้แน่ใจก่อนเพื่อความชัวร์ (ประโยคถามจะระบุอยู่ในช่วงถัดไปค่ะ) หากจำเป็นต้องจ่ายด้วยธนบัตรใบละ 10,000 เยน คนขับแท็กซี่ญี่ปุ่นก็ยินดีทอนเงินให้โดยไม่มีอารมณ์เสียค่ะ ต่างจากแท็กซี่ไทยที่มักจะไม่ค่อยมีเงินทอนสำหรับแบงก์ใหญ่
เวลาเรายืนริมถนนในญี่ปุ่นและต้องการโบกรถแท็กซี่ ให้สังเกตป้ายไฟ LED สีสันต่างๆ ที่กระจกหน้ารถด้านซ้าย (ฝั่งผู้โดยสาร) ซึ่งป้ายนี้จะแสดงคำภาษาญี่ปุ่นที่บอกว่ารถคันนี้ว่างหรือไม่ว่างค่ะ:
| ตัวอักษรญี่ปุ่น | คำอ่านโรมาจิ | ความหมาย | สถานะการให้บริการ |
|---|---|---|---|
| 空車 | Kuusha | รถว่าง (สีแดง) | สามารถโบกเรียกเพื่อใช้บริการได้ทันที |
| 賃走 | Chinsou | มีผู้โดยสารนั่งอยู่ (สีเขียว) | ไม่สามารถเรียกได้ รถกำลังให้บริการ |
| 迎車 | Geisha | รถจอง / กำลังไปรับผู้โดยสาร | ไม่สามารถเรียกได้ รถถูกเรียกผ่านแอปหรือโทรศัพท์ |
| 回送 | Kaisou | งดรับส่ง / กำลังกลับอู่ | ไม่สามารถเรียกได้ รถหมดกะหรือกำลังพัก |
| 支払 | Shiharai | ผู้โดยสารกำลังชำระเงิน | ไม่สามารถเรียกได้ ต้องรอคิวถัดไป |
เพื่อให้การเดินทางราบรื่นและเปี่ยมด้วยมิตรภาพ ควรปฏิบัติตามกติกาดังนี้นะคะ:
ทีนี้เรามาเรียนรู้ประโยคภาษาญี่ปุ่นที่จะช่วยให้เพื่อนๆ สื่อสารกับคนขับแท็กซี่ได้อย่างมืออาชีพกันค่ะ ยุยแบ่งประโยคออกเป็น 3 หมวดหมู่หลักตามลำดับการใช้งานจริงเพื่อความจำที่ง่ายขึ้นค่ะ
เมื่อก้าวเข้าไปนั่งบนรถแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือทักทายและแจ้งจุดหมายปลายทางให้คนขับทราบค่ะ หากจุดหมายปลายทางเป็นสถานที่ที่มีชื่อเสียง เช่น สถานีรถไฟใหญ่ หรือห้างสรรพสินค้าดัง สามารถพูดชื่อสถานที่ตามด้วยประโยคสำเร็จรูปนี้ได้เลยค่ะ:
แม้ว่าคนขับจะมีระบบ GPS นำทางในรถอยู่แล้ว แต่ในบางครั้งเราอาจจำเป็นต้องช่วยบอกทางยิบย่อย หรือต้องการแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมเพื่อให้ถึงหน้าตึกหรือจุดที่ถูกต้อง ให้ใช้ประโยคเหล่านี้ได้เลยค่ะ:
เมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนชำระค่าบริการค่ะ ในการจ่ายเงินและการรับเงินทอนกับใบเสร็จ จะมีประโยคสั้นๆ ที่มีประโยชน์ดังนี้ค่ะ:
หากคุณไม่อยากยืนโบกรถข้างทางหรือกลัวว่าจะพูดภาษาญี่ปุ่นบอกจุดหมายปลายทางไม่ถูก ยุยขอแนะนำให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่เหล่านี้ลงในมือถือตั้งแต่ก่อนเดินทางค่ะ!
1. GO (โก): แอปพลิเคชันเรียกแท็กซี่อันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางที่สุด ข้อดีคือใช้งานง่าย แสดงแผนที่แบบเรียลไทม์ และผูกบัตรเครดิตเพื่อหักเงินอัตโนมัติได้ทันทีเมื่อถึงจุดหมาย (ไม่ต้องคุยเรื่องเงินกับคนขับเลยค่ะ)
2. DiDi (ตี่ตี๋): อีกหนึ่งแอปที่นิยมมากในพื้นที่เมืองหลวงอย่างโตเกียวและโอซาก้า มีการแจกคูปองส่วนลดสำหรับผู้ใช้งานใหม่อยู่บ่อยครั้งค่ะ
3. Uber (อูเบอร์): ในญี่ปุ่น Uber จะไม่ใช่การเรียกผู้อื่นนำรถส่วนตัวมาวิ่งเหมือนเมืองไทยนะคะ แต่เป็นการเชื่อมโยงเรียกรถแท็กซี่ถูกกฎหมายในญี่ปุ่นมารับเราแทนค่ะ ดังนั้นค่าบริการจึงคิดตามมิเตอร์แท็กซี่ปกติบวกค่าบริการเพิ่มเติมเล็กน้อยค่ะ
มาทดลองฝึกฝนผ่านบทสนทนาจำลองในสถานการณ์จริงกันดูนะคะ ลองอ่านออกเสียงตามไปพร้อมๆ กันเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการจำรูปประโยคค่ะ!
ผู้โดยสาร (Passenger):
こんにちは。この住所のホテルまでお願いします。
( Konnichiwa. Kono juusho no hoteru made onegaishimasu. )
แปล: สวัสดีค่ะ ช่วยไปส่งที่โรงแรมตามที่อยู่นี้หน่อยค่ะ
คนขับแท็กซี่ (Driver):
はい、承知いたしました。ナビに住所を入れますね。ここからだと約15分で到着しますよ。
( Hai, shouchi itashimashita. Nabi ni juusho o iremasu ne. Koko kara da to yaku juugofun de touchaku shimasu yo. )
แปล: ครับ รับทราบครับ ขออนุญาตใส่ที่อยู่ลงในเครื่องนำทางก่อนนะครับ จากตรงนี้จะใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจะไปถึงครับ
ผู้โดยสาร (Passenger):
ありがとうございます。いくらぐらいかかりますか?
( Arigatou gozaimashita. Ikura gurai kakarimasu ka? )
แปล: ขอบคุณค่ะ ค่าโดยสารประมาณเท่าไหร่คะ
คนขับแท็กซี่ (Driver):
だいたい2,000円前後になると思いますよ。
( Daitai nisen-en zengo ni naru to omoimasu yo. )
แปล: คิดว่าน่าจะอยู่ราวๆ ประมาณ 2,000 เยนครับ
คนขับแท็กซี่ (Driver):
お待たせしました。ホテルの前に到着しました。料金は2,100円になります。
( Omatase shimashita. Hoteru no mae ni touchaku shimashita. Ryoukin wa nisen hyaku-en ni narimasu. )
แปล: ถึงจุดหมายแล้วครับ โรงแรมอยู่ตรงหน้าเลยครับ ค่าโดยสารทั้งหมด 2,100 เยนครับ
ผู้โดยสาร (Passenger):
クレジットカードは使えますか?
( Kurejitto kaado wa tsukaemasu ka? )
แปล: ใช้บัตรเครดิตจ่ายเงินได้ไหมคะ
คนขับแท็กซี่ (Driver):
はい、使えますよ。こちらの端末にカードを差し込んで(またはタッチして)ください。
( Hai, tsukaemasu yo. Kochira no tanmatsu ni kaado o sashikonde (mata wa tacchi shite) kudasai. )
แปล: ได้ครับ เสียบบัตรเครดิตหรือแตะจ่ายที่เครื่องชำระเงินตรงนี้ได้เลยครับ
ผู้โดยสาร (Passenger):
(ชำระเงินเสร็จสิ้น)領収書をいただけますか?
( Ryoushuusho o itadakemasu ka? )
แปล: ขอรับใบเสร็จรับเงินด้วยค่ะ
คนขับแท็กซี่ (Driver):
はい、領収書です。お忘れ物のないようお気をつけください。ありがとうございました。
( Hai, ryoushuusho desu. O-wasuremono no nai you o-ki o tsuke kudasai. Arigatou gozaimashita. )
แปล: นี่ครับใบเสร็จ ระวังอย่าลืมสิ่งของเครื่องใช้ทิ้งไว้บนรถนะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ