ในขณะที่ชิบูย่าและชินจูกุเต็มไปด้วยความทันสมัย อาซากุสะ (浅草) กลับรักษาบรรยากาศของโตเกียวในยุค Showa ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ถนน Nakamise-dori ที่ทอดยาวสู่วัด Senso-ji เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึก ขนม และงานหัตถกรรมที่ยังคงใช้สูตรดั้งเดิมมาหลายชั่วอายุคน ย่านนี้จึงเป็นสถานที่เดียวในโตเกียวที่คุณจะรู้สึกว่า "ญี่ปุ่นแบบที่จินตนาการไว้" อยู่ตรงหน้าจริงๆ
วัด Senso-ji (浅草寺) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 628 ถือเป็นวัดพุทธที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ประตูใหญ่ Kaminarimon พร้อมโคมแดงขนาดยักษ์คือสัญลักษณ์ที่ถ่ายรูปได้สวยที่สุด แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ ด้านหน้าประตูจะพลุกพล่านตลอด แต่ถ้าเดินอ้อมไปด้านข้างของวัดช่วงเช้า คุณจะพบมุมเงียบๆ ที่คนท้องถิ่นมาไหว้พระจริงๆ
มารยาทสำคัญที่ต้องรู้: ที่วัด (お寺 / Otera) ไม่ตบมือ แค่พนมมือไหว้เงียบๆ ต่างจากศาลเจ้า (神社 / Jinja) ที่ต้องตบมือ 2 ครั้ง นักท่องเที่ยวมักสับสนสองที่นี้บ่อยมาก
ถนน Nakamise ทอดยาว 250 เมตร มีร้านค้ากว่า 89 ร้านที่ส่วนใหญ่สืบทอดกิจการมาหลายชั่วอายุคน สินค้าที่น่าซื้อได้แก่ Ningyo-yaki (ขนมอบรูปตัวการ์ตูน), Kaminari-okoshi (ข้าวพอง), ผ้าเช็ดหน้า Tenugui ลายดั้งเดิม และรองเท้า Zori แบบญี่ปุ่น ของเหล่านี้หาซื้อได้ที่ไหนก็ได้ แต่รสชาติและความรู้สึกจากที่นี่ต่างออกไปชัดเจน
ซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากวัด มีถนนที่เรียกว่า Hoppy Street (ホッピー通り) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านอิซากายะที่ยังคงบรรยากาศโชวะไว้ได้ ชื่อ "Hoppy" มาจากเครื่องดื่มคล้ายเบียร์ที่ราคาถูกกว่า นิยมดื่มกันในยุคหลังสงครามโลก คุณจะเห็นผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นนั่งดื่มคุยกันตั้งแต่กลางวัน ซึ่งเป็นภาพที่หาไม่ได้จากย่านอื่นในโตเกียว
เริ่มจากสถานี Asakusa ออกประตู 1 → Kaminarimon (ถ่ายรูป) → เดิน Nakamise ช้าๆ พร้อมชิมของ → เข้าวัด Senso-ji ไหว้พระ → เดินเล่นรอบวัดดูโคมไฟ → แวะ Hoppy Street กินข้าวกลางวัน → ขึ้น Tokyo Skytree ที่อยู่ห่างแค่ 15 นาทีเดินเท้า เส้นทางนี้ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงและเหมาะกับทุกวัย