ถ้าคุณเรียนภาษาญี่ปุ่นจากตำรา คุณอาจพูดถูกหลักไวยากรณ์แต่ฟังดูเหมือนหุ่นยนต์ สแลงช่วยให้คุณสื่อสารได้ธรรมชาติขึ้นและแสดงให้เห็นว่าคุณเข้าใจวัฒนธรรมญี่ปุ่นจริงๆ คนญี่ปุ่นมักตกใจ (แบบดีๆ) เมื่อนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้สแลงถูกบริบท
やばい (Yabai) = แปลได้ทั้ง 'แย่มาก' และ 'เจ๋งมาก' ขึ้นกับน้ำเสียง → エモい (Emoi) = รู้สึก Emotional/ซาบซึ้ง → わかりみ (Wakarimi) = เข้าใจมากเลย →草 (Kusa) = ฮาฮา (มาจาก WWW ที่เวลาพิมพ์เยอะๆ หน้าตาคล้ายหญ้า) → それな (Sore na) = ใช่เลย/เห็นด้วย → ぴえん (Pien) = เสียงร้องไห้ ใช้เวลาเศร้าหรืออยากได้อะไร
ควรระวัง: ウケる (Ukeru = ฮามาก) → ใช้ได้กับเพื่อน แต่ถ้าพูดกับคนแก่หรือในบริบททางการจะฟังดูหยาบ → キモい (Kimoi = น่าขยะแขยง) → อย่าใช้กับคนไม่รู้จักเด็ดขาด → ダルい (Darui = เบื่อ/เมื่อย) → ฟังดูบ่นมาก ไม่เหมาะกับสถานการณ์เป็นทางการ
エモい (Emoi) กลายเป็น Buzzword ที่ใช้กันแพร่หลาย → バズる (Bazuru) = ดัง Viral บน SNS → コスパ (Kosupa) = Cost Performance คุ้มค่า → タイパ (Taipa) = Time Performance ประหยัดเวลา (เทรนด์ดู YouTube แบบ 2x speed) → ガチ (Gachi) = จริงจังมาก ไม่ได้เล่น