💡 ร้าน 100 เยน (เช่น Daiso, Seria, CanDo) คือสวรรค์ของนักช้อปชาวไทยเมื่อมาญี่ปุ่นเลยค่ะ! เพราะมีสินค้าไอเดียเจ๋งๆ เครื่องครัวน่ารัก และขนมแปลกใหม่ให้เลือกซื้อในราคาประหยัด แต่ในปัจจุบันเมื่อต้องไปคิดเงินที่แคชเชียร์ กฎการเรียกเก็บค่าถุงพลาสติกและการนำระบบเซลฟ์เซอร์วิสมาใช้ ทำให้เราต้องพูดคุยตอบคำถามพนักงานบ่อยขึ้น คู่มือนี้จะมาสรุปคำศัพท์สำคัญและประโยคสนทนาช่วยชีวิตในการซื้อของร้าน 100 เยนอย่างมือโปรกันค่ะ!
หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่นักช้อปชาวไทยจะต้องไปเยือนเกือบทุกวันเวลาเดินทางมาเที่ยวญี่ปุ่น คงหนีไม่พ้น "ร้าน 100 เยน" (Hyaku-en Shop) แน่นอนค่ะ เพราะที่นี่เป็นศูนย์รวมของใช้ในบ้านที่แสนสะดวกสบาย อุปกรณ์ไอเดียสร้างสรรค์ เครื่องเขียนระดับพรีเมียม และของกุ๊กกิ๊กน่ารักดีไซน์ญี่ปุ่นที่คุณสามารถซื้อได้ในราคาเพียง 100 เยนเท่านั้น (คิดเงินรวมภาษีผู้บริโภค 10% จะเป็น 110 เยนค่ะ) เรียกได้ว่าได้ทั้งความสนุกสนานในการเดินค้นหาของแปลกใหม่ และได้สินค้าราคาถูกใจในงบประหยัดค่ะ
ทว่า ขนาดพื้นที่ของร้าน 100 เยนในญี่ปุ่นมักจะกว้างใหญ่มาก มีสินค้าละลานตากว่าหลายหมื่นรายการวางเรียงรายอยู่ตามชั้นต่างๆ การจะเดินหาของเฉพาะอย่าง เช่น กระเป๋าซิบสุญญากาศสำหรับแพ็กของกลับไทย หรือกรรไกรตัดเล็บคุณภาพดี จึงกลายเป็นเรื่องยากและเสียเวลาหากเราไม่ทราบว่าจะบอกพนักงานในร้านอย่างไรดีค่ะ นอกจากนี้ ระบบการจ่ายเงินของร้านค้าญี่ปุ่นได้เปลี่ยนแปลงไปมากหลังจากมีกฎหมายงดแจกถุงพลาสติกฟรี และห้างร้านหันมาใช้เครื่องชำระเงินอัตโนมัติ (Self-checkout) มากขึ้น ทำให้การสื่อสารเพื่อซื้อของไม่ได้เป็นเรื่องการวางตระกร้าแล้วยื่นเงินเฉยๆ อีกต่อไปค่ะ
เพื่อช่วยแก้ปัญหานี้ ยุยจึงได้เรียบเรียงข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการไปเดินช้อปปิ้งที่ร้าน 100 เยนในญี่ปุ่นมาฝากทุกคนค่ะ ตั้งแต่เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับร้านแบรนด์ดังต่างๆ วิธีถามหาตำแหน่งของของที่ต้องการจากพนักงาน บทสนทนาจำลองยามจ่ายเงินที่แคชเชียร์เพื่อตอบเรื่องถุงพลาสติกและสติกเกอร์ของสะสม มารยาทสำคัญในการซื้อของและห่อของแตกหักง่ายด้วยตัวเอง รวมถึงข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้เครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติอย่างง่ายดายค่ะ รับรองว่าช้อปสนุก ได้ของครบแบบไม่มีมึนแน่นอนค่ะ!
แม้ว่าราคาพื้นฐานจะเท่ากันหมดคือชิ้นละ 100 เยน (ไม่รวมภาษี) แต่ร้านแต่ละแบรนด์ของญี่ปุ่นมีสไตล์ คอนเซปต์ และกลุ่มเป้าหมายของสินค้าที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนค่ะ เพื่อให้ทุกคนได้เลือกเดินร้านที่ตรงจริตของตัวเอง ลองมาดูความต่างของ 3 ร้านยอดฮิตกันนะคะ:
เป็นพี่ใหญ่ผู้บุกเบิกวงการร้าน 100 เยนที่มีสาขาเยอะที่สุด ทั้งในและนอกประเทศญี่ปุ่นค่ะ จุดเด่นคือ "ความหลากหลายและครอบคลุมสูงสุด" ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ สินค้าไอเดียเพื่อชีวิตที่สะดวกสบาย ของกิน ของเล่น อุปกรณ์ตกแต่งสวน คอสเมติก และของลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนดังๆ เช่น Disney หรือ Sanrio ค่ะ ไดโซะยังมีสินค้าช่วงราคาอื่นๆ เช่น 200, 300, 500 เยนวางขายร่วมด้วยเพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าให้ดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ
เป็นร้านขวัญใจสาวๆ และคนรักงานคราฟต์ งานประดิษฐ์ประดอยดีไอวาย (DIY) ค่ะ ด้วยคอนเซปต์ "Color the days" เน้นดีไซน์สินค้าที่ดูเก๋ สวยงาม สไตล์มินิมอล ยูโรเปียนวินเทจ หรือแนวคาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่นค่ะ ของทุกอย่างในร้านจะดูแพงและน่ารักเกินราคามาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหาจานชามเมลามีนดีไซน์น่ารัก ของตกแต่งบ้าน อุปกรณ์อบขนมปัง หรือสติกเกอร์และเทปกระดาษลวดลายสวยงามค่ะ และที่สำคัญคือ Seria เน้นสินค้าทุกชิ้นในราคา 100 เยนถ้วนโดยไม่มีสินค้าชิ้นราคาแพงปะปนเลยค่ะ
ร้านยอดนิยมที่มีคอนเซปต์โดดเด่นในเรื่องของเครื่องครัวที่ใช้งานง่าย ของใช้ในครัวเรือนที่ช่วยประหยัดเวลา และยังมีชื่อเสียงโด่งดังมากในด้านการคอลแลปส์ร่วมมือกับตัวการ์ตูน อนิเมะ หรือมาสคอตน่ารักๆ ออกสินค้าพิเศษเฉพาะช่วงเทศกาลค่ะ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์สำหรับแฟนคลับไอดอลญี่ปุ่น (Oshi-katsu Goods) วางขายให้เลือกหลากหลายมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบสินค้าไอเดียอัจฉริยะช่วยแก้ปัญหากิจวัตรประจำวันในครัวค่ะ
เนื่องจากร้าน 100 เยนมีสินค้าหนาแน่นมาก การเดินหาเองอาจจะทำให้มึนหัวได้ค่ะ รูปแบบประโยคที่ทรงพลังที่สุดในการถามพนักงานคือ 「〜はどこにありますか?」 (~ wa doko ni arimasu ka? - ... อยู่ที่ไหนคะ?) ค่ะ ลองนำไปใช้งานจริงตามสถานการณ์เหล่านี้ดูนะคะ:
「すみません、キッチン用品はどこにありますか?」
(Sumimasen, kitchin youhin wa doko ni arimasu ka?)
แปล: ขอโทษนะคะ อุปกรณ์เครื่องครัวอยู่ตรงไหนคะ?
「これと同じものはありますか?」
(Kore to onaji mono wa arimasu ka?)
แปล: มีของที่เหมือนกับชิ้นนี้ (ชี้รูปภาพ) ไหมคะ?
「これは売り切れですか?在庫はありますか?」
(Kore wa urikire desu ka? Zaiko wa arimasu ka?)
แปล: ชิ้นนี้ขายหมดไปแล้วหรอคะ? ยังพอมีของในสต็อกเหลืออีกไหมคะ?
เมื่อนำของที่ต้องการใส่ตะกร้าและเดินมาที่แคชเชียร์ พนักงานจะเริ่มสแกนบาร์โค้ดสินค้า และจะถามคำถามยอดฮิต 2-3 ข้อตามกฎหมายและมารยาทของร้านค้าค่ะ ยุยได้สรุปบทสนทนาที่ทุกคนจะเจออย่างแน่นอนมาไว้ให้เตรียมตัวค่ะ:
ตัวอย่างบทสนทนาจริงที่จุดจ่ายเงิน:
พนักงาน (Staff): いらっしゃいませ。袋はご利用になりますか?
(Irasshaimase. Fukuro wa goriyou ni narimasu ka?)
แปล: ยินดีต้อนรับค่ะ ต้องการรับถุงพลาสติกด้วยไหมคะ?
คนไทย (You): (กรณีต้องการรับถุง)
はい、お願いします。 (Hai, onegai shimasu. - ใช่ค่ะ รบกวนด้วยค่ะ)
(กรณีไม่ต้องการถุง/พกกระเป๋าผ้ามาเอง)
いいえ、いりません。 (Iie, irimasen. - ไม่ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ)
このままで大丈夫です。 (Kono mama de daijoubu desu. - เอาไปแบบนี้เลยได้ค่ะ/ไม่ต้องใส่ถุงค่ะ)
พนักงาน (Staff): (หากตอบว่ารับถุง พนักงานจะถามต่อเรื่องขนาดของถุง)
サイズはいかがなさいますか?大が5円、小が3円になります。
(Saizu wa ikaga nasaimasu ka? Dai ga go-en, shou ga san-en ni narimasu.)
แปล: ต้องการถุงขนาดไหนดีคะ? ขนาดใหญ่ 5 เยน ขนาดเล็ก 3 เยนค่ะ
คนไทย (You): 大きいのでお願いします。 (หรือ 小さいのでお願いします。)
(Ookii no de onegai shimasu. / Chiisai no de onegai shimasu.)
แปล: ขอเป็นขนาดใหญ่ค่ะ (หรือ ขอเป็นขนาดเล็กค่ะ)
พนักงาน (Staff): (กรณีมีสินค้าเป็นจาน ชามแก้ว หรือของเซรามิกที่แตกได้)
こちら割れ物ですが、包む紙はご利用ですか?
(Kochira waremono desu ga, tsutsumu kami wa goriyou desu ka?)
แปล: รายการนี้เป็นของแตกหักง่ายนะคะ ต้องการกระดาษสำหรับใช้ห่อไหมคะ?
คนไทย (You): はい、ください。 (Hai, kudasai. - ค่ะ ขอรับด้วยค่ะ)
(หมายเหตุ: ปกติร้าน 100 เยนจะมีมุมแพ็กของแยกต่างหาก ให้เรานำกระดาษหนังสือพิมพ์หรือแผ่นกันกระแทกไปนั่งห่อถ้วยชามด้วยตนเองหลังจากจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ)
รวมคำศัพท์เฉพาะที่พบบ่อยบนหน้าจอเครื่องชำระเงินอัตโนมัติ ป้ายแผนกต่างๆ และประเภทสิ่งของยอดฮิตที่คนไทยนิยมตามหาค่ะ:
| ภาษาไทย | อักษรญี่ปุ่น | คำอ่านโรมาจิ | คำอธิบายเพิ่มเติม |
|---|---|---|---|
| ถุงพลาสติกใส่ของ | レジ袋 | reji bukuro | ถุงช้อปปิ้งของทางร้าน (คิดเงินเพิ่มประมาณ 3-5 เยน) |
| ของแตกหักง่าย | 割れ物 | waremono | พวกถ้วยชาม แก้วน้ำ เซรามิก กระจก |
| มุมห่อกระดาษกันชน | 梱包コーナー | konpou koonaa | มุมโต๊ะหลังเคาน์เตอร์สำหรับใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ห่อของแตกเอง |
| เครื่องจ่ายเงินด้วยตัวเอง | セルフレジ | serufu reji | เครื่องคิดเงินอัตโนมัติที่เราต้องสแกนบาร์โค้ดเองทั้งหมด |
| ชำระด้วยเงินสด | 現金 | genkin | การจ่ายด้วยเหรียญและธนบัตรเยน |
| ชำระด้วยบัตร/ไร้เงินสด | キャッシュレス | kyasshuresu | จ่ายด้วยบัตรเครดิต บัตร IC (Suica) หรือคิวอาร์โค้ด |
| พลาสติกกันกระแทก | プチプチ (หรือ 緩衝材) | puchipuchi / kanshouzai | พลาสติกเป่าลมใช้พันสินค้ากันกระแทกก่อนใส่กระเป๋าเดินทาง |
| ถุงบีบสุญญากาศ | 圧縮袋 | asshuku bukuro | ถุงจัดระเบียบเสื้อผ้าสำหรับรีดลมออกเพื่อเพิ่มพื้นที่กระเป๋า |
| กล่องเก็บของ/ตะกร้า | 収納ボックス | shuunou bokkusu | กล่องพลาสติกจัดระเบียบตู้เสื้อผ้าหรือเครื่องสำอาง |
| สติกเกอร์/เทปตกแต่ง | マスキングテープ | masukingu teepu | เทปตกแต่งลวดลายน่ารักต่างๆ (นิยมซื้อที่ Seria) |
ปัจจุบัน ร้าน 100 เยนหลายแห่งในโตเกียวได้หันมาใช้ระบบเครื่องชำระเงินด้วยตัวเอง (Self-checkout - セルフレジ) เกือบทั้งหมดแล้วค่ะ เพื่อช่วยลดระยะเวลารอคิวและลดการขาดแคลนแรงงานคนค่ะ วิธีการใช้งานมีขั้นตอนไม่ยุ่งยากดังนี้ค่ะ:
การช้อปปิ้งในร้าน 100 เยนดูเป็นเรื่องง่ายๆ สบายๆ แต่การคำนึงถึงกติกามารยาททางสังคมตามแบบฉบับญี่ปุ่น ก็จะช่วยให้การช้อปปิ้งของคุณมีความราบรื่นและดูเป็นนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมค่ะ: