คำศัพท์คันจิ ประโยคสนทนากับพนักงาน และธรรมเนียมที่คนไทยต้องรู้
สำหรับคนไทยที่ไปเที่ยวญี่ปุ่น การได้ลิ้มรสอาหารญี่ปุ่นแบบออริจินัลถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายสูงสุดของทริปเลยก็ว่าได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นราเมงร้อนๆ ซูชิสดใหม่ เนื้อย่างเนื้อนุ่มละลายในปาก หรือของกินเล่นในร้านอิซากายะสุดครึกครื้น
แต่หลายคนอาจจะรู้สึกเกร็งและประหม่าเวลาเดินเข้าร้านอาหารญี่ปุ่นที่ไม่มีพนักงานพูดภาษาอังกฤษ หรือไม่มีเมนูภาษาไทย ยิ่งถ้าเจอเมนูที่มีแต่คันจิล้วนๆ หรือระบบตู้กดตั๋วอัตโนมัติก็อาจจะทำให้ถอดใจได้ง่ายๆ วันนี้เซนเซย์และยุยจังจะมาแจกโพย "คำศัพท์เมนู ประโยคช่วยชีวิต และธรรมเนียมการสั่งอาหาร" ที่รับรองว่าจะช่วยให้คุณสั่งอาหารได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเพลิดเพลินไปกับมื้ออร่อยราวกับเป็นคนท้องถิ่นเลยค่ะ!
ก่อนที่เราจะไปเรียนรู้ประโยคสนทนา สิ่งสำคัญคือต้องรู้ก่อนว่าร้านอาหารในญี่ปุ่นนั้นมีหลากหลายรูปแบบ และแต่ละรูปแบบก็มีขั้นตอนการสั่งอาหารที่ไม่เหมือนกันเลยค่ะ หากเราเข้าใจระบบก่อนล่วงหน้า จะช่วยลดความสับสนไปได้มากทีเดียว
พบได้บ่อยมากตามร้านราเมง ร้านข้าวหน้าเนื้อ (เช่น Yoshinoya, Matsuya) หรือร้านโซบะจานด่วน วิธีการคือคุณต้องกดเลือกเมนูและชำระเงินที่ตู้หน้าร้านก่อน จากนั้นตู้จะจ่ายตั๋วใบเล็กๆ ออกมา ให้คุณนำตั๋วนั้นไปยื่นให้พนักงานที่เคาน์เตอร์เพื่อรับอาหาร ข้อดีคือไม่ต้องคุยเยอะ แต่ข้อเสียคือต้องรีบตัดสินใจหากมีแถวยาวรออยู่ข้างหลังค่ะ
ปัจจุบันร้านอาหารญี่ปุ่นระบบครอบครัว (Family Restaurants เช่น Saizeriya, Gusto) รวมถึงร้านซูชิสายพาน และร้านอิซากายะส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้หน้าจอแท็บเล็ตในการสั่งอาหารเกือบทั้งหมดแล้วค่ะ ระบบนี้ง่ายมากเพราะมักจะมีตัวเลือกในการเปลี่ยนภาษาเป็นภาษาอังกฤษหรือบางร้านมีภาษาไทยด้วย และมีรูปภาพประกอบชัดเจน คุณกดเลือกแล้วรออาหารมาเสิร์ฟได้เลย
มักจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นระดับกลางถึงหรูหรา ร้านกาแฟ คาเฟ่เก๋ๆ หรือร้านอาหารดั้งเดิมตามตรอกซอกซอย ร้านประเภทนี้จะมีพนักงานเดินมารับออเดอร์ที่โต๊ะ ซึ่งเราจะได้ใช้ทักษะภาษาญี่ปุ่นที่เรียนในบทความนี้สื่อสารกับพนักงานโดยตรงค่ะ
ทันทีที่เราเปิดประตูเข้าไปในร้านอาหาร พนักงานมักจะต้อนรับด้วยเสียงอันดังว่า いらっしゃいませ! (Irasshaimase - ยินดีต้อนรับค่ะ/ครับ!) จากนั้นพนักงานจะถามถึงจำนวนลูกค้าที่มาด้วยกัน หรือบางร้านอาจจะถามประเภทของที่นั่งที่ต้องการค่ะ
คำถามทั่วไปที่พนักงานจะถามเกี่ยวกับจำนวนคนคือ:
何名様ですか? (Nan-mei-sama desu ka?) หรือ
何人ですか? (Nan-nin desu ka?)
แปล: มากันกี่ท่านคะ/ครับ
วิธีการตอบจำนวนคนในภาษาญี่ปุ่นจะใช้ลักษณะนามเฉพาะที่ผู้เรียนควรจำให้ขึ้นใจ เพราะเป็นคำศัพท์พื้นฐานที่มีประโยชน์มากค่ะ
| จำนวนคน | คำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่านโรมาจิ | คำอ่านออกเสียงภาษาไทย |
|---|---|---|---|
| 1 คน | 一人 | Hitori | ฮิ-โต-ริ |
| 2 คน | 二人 | Futari | ฟุ-ตา-ริ |
| 3 คน | 三人 | San-nin | ซัน-นิน |
| 4 คน | 四人 | Yo-nin | โย-นิน (*ระวัง ไม่ออกเสียง ยน-นิน) |
| 5 คน | 五人 | Go-nin | โกะ-นิน |
| 6 คน | 六人 | Roku-nin | โรคุ-นิน |
เมื่อต้องการตอบ ให้ระบุจำนวนคนแล้วตามด้วยคำว่า です (desu) เช่น หากมาคนเดียวให้พูดว่า 一人です。 (Hitori desu. - มาคนเดียวค่ะ/ครับ) หรือถ้ามาสามคนให้พูดว่า 三人です。 (San-nin desu. - มาสามคนค่ะ/ครับ)
ในญี่ปุ่น แม้ว่ากฎหมายการสูบบุหรี่ในอาคารจะเข้มงวดขึ้น แต่ร้านอาหารบางประเภท เช่น ร้านอิซากายะหรือร้านกาแฟแบบเก่า (Kissaten) ยังคงมีโซนสูบบุหรี่อยู่ พนักงานอาจจะถามว่า:
お tobacco (Tabako) wa suwaremasu ka? หรือถามสั้นๆ ว่า
禁煙席と喫煙席、どちらがいいですか?
(Kinyen-seki to Kitsuyen-seki, dochira ga ii desu ka?)
แปล: ต้องการที่นั่งปลอดบุหรี่หรือที่นั่งสูบบุหรี่ดีคะ/ครับ
เมื่อได้ที่นั่งเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะนำเมนูและผ้าเปียกเช็ดมือ (Oshibori) รวมถึงน้ำดื่มบริการฟรีมาเสิร์ฟให้ค่ะ หลังจากดูเมนูเสร็จและตัดสินใจได้แล้ว ก็ถึงเวลาสั่งอาหารค่ะ
หากร้านไม่มีปุ่มกดเรียก หรือแท็บเล็ต ให้ยกมือขึ้นเล็กน้อยแล้วส่งเสียงพูดอย่างสุภาพว่า:
すみません!
(Sumimasen!)
แปล: ขอโทษนะคะ/ครับ (ใช้เพื่อเรียกพนักงาน)
เมื่อพนักงานเดินมาที่โต๊ะ ให้ใช้ประโยคพื้นฐานในการสั่งอาหารดังต่อไปนี้ค่ะ
วิธีที่ง่ายและปลอดภัยที่สุดสำหรับผู้เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นคือการชี้รูปภาพในเมนูแล้วใช้ประโยคนี้:
これをお願いします。
(Kore wa onegaishimasu.) หรือ
これをください。
(Kore wo kudasai.)
แปล: ขอสิ่งนี้ค่ะ/ครับ (ขณะพูดให้ชี้สินค้าในเมนู)
หากต้องการสั่งเมนูเดิมมากกว่า 1 ชิ้น ให้ใส่คำบอกจำนวนในภาษาญี่ปุ่นไว้หน้าคำว่า ください หรือ お願いします ตัวอย่างเช่น:
หากบนโต๊ะมีแต่เมนูภาษาญี่ปุ่นและไม่มีรูปภาพเลย ให้ลองถามพนักงานว่ามีเมนูภาษาอังกฤษไหม โดยพูดว่า:
英語のメニューはありますか?
(Eigo no menyuu wa arimasu ka?)
แปล: มีเมนูภาษาอังกฤษไหมคะ/ครับ
ถ้าเลือกไม่ถูกว่าร้านนี้อะไรอร่อย หรืออยากกินเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์เด็ดของทางร้าน ให้เอ่ยถามพนักงานว่า おすすめは何ですか? (Osusume wa nan desu ka? - เมนูแนะนำคืออะไรคะ/ครับ) พนักงานจะแนะสินค้าขายดีหรือเมนูประจำฤดูกาลให้เราทันทีค่ะ
การทานอาหารในญี่ปุ่นบางครั้งเราอาจต้องการปรับแต่งรสชาติ เช่น สั่งราเมงตามความชอบส่วนตัว หรือหลีกเลี่ยงส่วนผสมที่เราแพ้หรือไม่ชอบทานค่ะ คำศัพท์และประโยคในส่วนนี้จึงสำคัญมากในการป้องกันปัญหาด้านสุขภาพและช่วยให้เราได้รสชาติที่ถูกปากที่สุด
ตามร้านราเมงชื่อดัง (เช่น Ichiran Ramen) หรือร้านราเมงสไตล์โยโกฮาม่า (Iekei Ramen) มักจะมีกระดาษมาให้เราเลือกปรับแต่งระดับต่างๆ ดังนี้ค่ะ:
อาหารญี่ปุ่นดั้งเดิมแทบจะไม่เผ็ดเลยค่ะ แต่สำหรับแกงกะหรี่ญี่ปุ่น ราเมงบางสูตร หรือร้านอาหารนานาชาติในญี่ปุ่นจะสามารถเลือกระดับความเผ็ดได้ สังเกตและใช้คำศัพท์เหล่านี้เพื่อแจ้งระดับความเผ็ดที่คุณรับได้นะคะ:
หากคุณไม่ทานเนื้อสัตว์บางประเภท แพ้อาหาร หรือทานมังสวิรัติ คุณจำเป็นต้องแจ้งทางร้านอย่างชัดเจนก่อนสั่งค่ะ เพราะซุปญี่ปุ่นจำนวนมากมีส่วนผสมของปลาแห้ง (Dashi) หรือมันหมู ซึ่งอาจมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า
โครงสร้างประโยคในการถามว่ามีส่วนผสมนั้นๆ อยู่ในอาหารหรือไม่:
〜は入っていますか?
(...wa haitte imasu ka?)
แปล: มี ... ใส่ผสมอยู่ไหมคะ/ครับ
ตัวอย่างการใช้ประโยคเพื่อความปลอดภัย:
หากต้องการระบุว่าเรามีอาการแพ้สารอาหารบางตัว ให้ใช้คำว่า アレルギー (Arerugii - อาการแพ้) เช่น:
ピーナッツのアレルギーがあります。
(Piinattsu no arerugii ga arimasu.)
แปล: ฉันมีอาการแพ้ถั่วลิสงค่ะ/ครับ
หากเดินเข้าร้านอาหารแบบดั้งเดิมแล้วเจอสมุดเมนูที่ไม่มีภาพประกอบ การจำอักษรคันจิพื้นฐานเกี่ยวกับประเภทของวัตถุดิบและวิธีการปรุงจะเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เลยค่ะ เซนเซย์แนะนำให้จำคำศัพท์คันจิแยกตามหมวดหมู่ดังต่อไปนี้ค่ะ
| อักษรคันจิ / ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่านโรมาจิ | คำแปลภาษาไทย |
|---|---|---|
| 肉 | Niku | เนื้อสัตว์ (โดยทั่วไปหากอยู่เดี่ยวๆ ในโตเกียวมักหมายถึงเนื้อวัว แต่ในคันไซอาจหมายถึงเนื้อหมู) |
| 牛肉 | Gyuuniku | เนื้อวัว |
| 豚肉 | Butaniku | เนื้อหมู |
| 鶏肉 / とり肉 | Toriniku | เนื้อไก่ |
| 魚 | Sakana | ปลา |
| 海老 / エビ | Ebi | กุ้ง |
| 貝 | Kai | หอย |
| 卵 / たまご | Tamago | ไข่ |
คำคันจิเหล่านี้จะบอกให้เรารู้ว่าวัตถุดิบนั้นถูกนำไปปรุงสุกในลักษณะใด ซึ่งช่วยระบุรสชาติและแคลอรี่คร่าวๆ ได้ดีค่ะ:
| อักษรคันจิ / ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่านโรมาจิ | คำแปลภาษาไทย |
|---|---|---|
| 焼き | Yaki | ย่าง / ผัด / ปิ้ง (เช่น Yakitori ไก่ย่าง, Yakiniku เนื้อย่าง) |
| 揚げ / フライ | Age / Furai | ทอด (เช่น Karaage ไก่ทอด, Tonkatsu หมูทอด) |
| 刺身 / 生 | Sashimi / Nama | ดิบ / สด (เช่น Sashimi ปลาดิบ, Nama-biiru เบียร์สด) |
| 煮 / 煮物 | Ni / Nimono | ต้ม / ตุ๋นซอสรสเค็มหวาน (เช่น Nikujaga เนื้อต้มมันฝรั่ง) |
| 蒸し | Mushi | นึ่ง (เช่น Chawanmushi ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น) |
| 炒め | Itame | ผัด (เช่น Yasai-itame ผัดผักรวม) |
ร้านอาหารญี่ปุ่นส่วนใหญ่เปิดโอกาสให้ระบุปริมาณข้าวหรือเส้นได้ตามต้องการ โดยเฉพาะร้านอาหารชุดหรือแกงกะหรี่ค่ะ:
| อักษรคันจิ / ภาษาญี่ปุ่น | คำอ่านโรมาจิ | คำแปลภาษาไทย |
|---|---|---|
| 大盛り | Oomori | จานใหญ่ / เพิ่มขนาดข้าวหรือเส้นเป็นพิเศษ (มักมีค่าบริการเพิ่มนิดหน่อย หรือบางร้านฟรี) |
| 並盛り / 中盛り | Namimori / Chuumori | จานขนาดปกติ / ขนาดมาตรฐาน |
| 小盛り | Komori | จานขนาดเล็ก (สำหรับคนทานน้อย) |
| おかわり | Okawari | ขอเติมอีกจาน / เติมข้าวฟรี (มักพูดว่า "Okawari kudasai") |
หลังจากอิ่มอร่อยกับมื้ออาหารแสนพิเศษแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการเรียกพนักงานมาชำระเงินค่ะ ในญี่ปุ่นระบบคิดเงินส่วนใหญ่จะให้ นำใบเสร็จที่พนักงานวางไว้ที่โต๊ะเดินไปจ่ายเงินที่เคาน์เตอร์แคชเชียร์บริเวณหน้าร้าน ต่างจากไทยที่มักจะเรียกให้เช็คบิลที่โต๊ะเลย
แต่หากคุณอยู่ในร้านเหล้าอิซากายะ หรือร้านอาหารแบบปิดห้องส่วนตัว คุณสามารถเรียกคิดเงินที่โต๊ะได้ค่ะ โดยส่งสัญญาณบอกพนักงานว่า:
お会計、お願いします。
(O-kaikei, onegaishimasu.)
แปล: เช็คบิล/เก็บเงินด้วยค่ะ/ครับ
*เคล็ดลับแบบคนญี่ปุ่นท้องถิ่น: ในร้านที่มีเสียงดังมากๆ คุณสามารถไขว้เอานิ้วชี้ทั้งสองข้างทำเป็นรูปกากบาท (X) เพื่อเป็นภาษากายบอกพนักงานว่า "เก็บเงินด้วย" ได้ด้วยนะ พนักงานจะเข้าใจทันทีโดยที่คุณไม่ต้องตะโกนเลยค่ะ!
เวลาไปกินข้าวกับเพื่อนหลายคนแล้วอยากแยกกันจ่าย หรือต้องการตรวจสอบว่าทางร้านรับบัตรเครดิตหรือไม่ ให้ใช้ประโยคที่มีประโยชน์เหล่านี้ค่ะ:
ญี่ปุ่นมีธรรมเนียมในร้านอาหารที่เข้มงวดและเป็นระเบียบเรียบร้อยมากค่ะ การเรียนรู้สิ่งเหล่านี้จะช่วยหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ และไม่โดนพนักงานมองแรงได้ค่ะ
นี่คือสิ่งที่สร้างความตระหนกและตกใจให้กับคนไทยที่เดินเข้าร้านอิซากายะบ่อยที่สุดค่ะ! เมื่อคุณนั่งที่โต๊ะ พนักงานจะนำกับแกล้มถ้วยเล็กๆ (เช่น ถั่วแระญี่ปุ่น, สลัดมันฝรั่ง หรือเนื้อต้ม) มาเสิร์ฟทันทีโดยที่คุณไม่ได้สั่ง และเมื่อเช็คบิลจะมีรายการเก็บเงินค่าอาหารจานนี้เฉลี่ยประมาณ 300 - 500 เยนต่อคน
สิ่งนี้เรียกว่า "ออมสึ" (Otoshi / お通し) หรือ "ชาร์จโต๊ะ (Table Charge)" ถือเป็นค่าธรรมเนียมการใช้ที่นั่งของร้านเหล้าญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ผูกมาพร้อมกับกับแกล้มถ้วยเล็กๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานรองท้องก่อนออเดอร์จริงจะมาค่ะ ระบบนี้เป็นกติกาสากลของคนญี่ปุ่น ดังนั้นอย่าไปทุ่มเถียงขอยกเลิกหรือโวยวายกับพนักงานนะคะ ถือเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชิมวัฒนธรรมญี่ปุ่นค่ะ
ร้านอาหารเกือบทั้งหมดในญี่ปุ่นจะบริการเสิร์ฟ "ออมิสึ" (お水 - Omizu น้ำดื่มเย็นจัดใส่น้ำแข็ง) หรือชาเขียวร้อน ฟรีทันทีที่ลูกค้านั่งโต๊ะโดยไม่เสียเงินเลยสักเยนเดียว และเติมได้เรื่อยๆ ตลอดมื้อค่ะ ต่างจากเมืองไทยที่ต้องจ่ายค่าน้ำดื่มแยกต่างหาก และนอกจากนี้ยังมีผ้าขนหนูเปียกผืนเล็กหรือกระดาษเช็ดมือเปียกที่เรียกว่า "โอชิโบริ" (おしぼり - Oshibori) มาให้เช็ดมือก่อนทานอาหารด้วยค่ะ สิ่งนี้สะท้อนแนวคิดเรื่องความสะอาดและใส่ใจลูกค้าเป็นอย่างยิ่ง
ประเทศญี่ปุ่น ไม่มีวัฒนธรรมการให้เงินทิป (No Tipping Policy) ในทุกประเภทบริการค่ะ การทิ้งเงินทอนหรือเงินสดไว้บนโต๊ะเพื่อเป็นทิปให้พนักงานนอกจากจะสร้างความเข้าใจผิดว่าคุณลืมเงินทิ้งไว้ จนพนักงานต้องวิ่งตามเอาเงินมาคืนคุณนอกร้านแล้ว ในบางกรณีอาจถูกมองว่าเป็นการดูถูกเรื่องมาตรฐานค่าจ้างและบริการอีกด้วยค่ะ ค่าบริการที่ยอดเยี่ยมของพวกเขารวมอยู่ในราคาอาหารแล้ว การกล่าวคำขอบคุณสั้นๆ อย่างจริงใจก็เพียงพอแล้วค่ะ